ย้อนอดีต 5 ทีมม้ามืด คว่ำยักษ์ใหญ่คว้าแชมป์ลีก

Posted by

 

ฟุตบอลลีกของแต่ประเทศต่างมีเหล่าทีมบิ๊กเนมคอยยืนตระหง่านขวางทางแชมป์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานสร้างบารมีจนนักเตะดี ๆ พร้อมที่จะเข้ามาร่วมวงไพบูลย์ หรือฮิต ๆ หน่อยในช่วงหลังก็มักจะเป็นทีมเงินถุงเงินถังที่เจ้าของทีมพร้อมทุ่มไม่อั้นอัดเงินเพื่อสร้างความสำเร็จจนกระทั่งไต่เต้าก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ มันจึงเป็นเรื่องที่ยากมากถ้าคิดจะคว้าแชมป์เหนือพวกเขาเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทีมคุณไม่ได้สร้างอาณาจักรมานานนมหรือมีวาสนาได้เจ้าของทีมที่ร่ำรวยอู้ฟู่มาอุ้มชูสโมสร

แต่อย่างว่าล่ะครับ “Impossible is nothing” กล่าวเป็นไทยเท่ ๆ ได้ว่า “ไม่มีอะไรเป็นไปไมได้”  สโลแกนช่วงนึงที่ค่ายสามขีด “อาดิดาส” นำมาปัดฝุ่นใหม่ใช้ให้กำลังใจทุกคนที่กำลังต่อสู้อยู่ไม่ว่ากับอะไรก็ตาม ยิ่งเป็นเรื่องของฟุตบอลแล้วมันก็ยิ่งอินสุด ๆ หากคุณเป็นคนนึงที่รักในเกมลูกหนังนี้

ใช่แล้วครับ! วันนี้เราจะพาแฟนบอลทุกท่านไปพบกับเหล่ายอดทีม “ม้ามืด” ที่อาจหาญทำสิ่งที่หลายคนคิดว่า “เป็นไปไม่ได้” หรือ “เป็นไปได้ยาก”  แต่พวกเขาสามารถเนรมิตรให้มันเกิดขึ้นจริงได้ ขอเชิญไปพบกับโฉมหน้าของบรรดาผู้กล้าเหล่านี้ใน “ย้อนอดีต 5 ทีมม้ามืด คว่ำยักษ์ใหญ่คว้าแชมป์ลีก”

ลาซิโอ ฤดูกาล 1999-2000 จริง ๆ gclub แล้วก็ไม่ใช่ม้ามืดอะไรเท่าไหร่นักสำหรับ ลาซิโอ ชุดนี้ ที่มี สเวน โกรัน อีริคสัน เป็นนายใหญ่ เพราะยุค 90’s ถือได้ว่าเป็นยุคทองของทัพ “อินทรีฟ้า-ขาว” เลยก็ว่าได้ แต่เมื่อคุณอยู่ร่วมลีกกับทีมอย่าง ยูเวนตุส, เอซี มิลาน, อินเตอร์ มิลาน, โรม่า, ปาร์ม่า หรือกระทั่ง ฟิออเรนติน่า การต้องฝ่าด่านเหล่านี้รวมถึงฉีกหน้า ยูเว่ฯ และ มิลาน 2 ยักษ์ใหญ่ของลีก เราก็นับว่าเข้าข่ายม้ามืดด้วยเช่นกัน

บาเลนเซีย ฤดูกาล 2001-2002 อาจมีแฟนบอลบางท่านแย้งว่า “ไอค้างคาว” แก๊งนี้ไม่น่าเข้าข่ายม้ามืดเสียเท่าไหร่ เพราะจริง ๆ  แล้วก่อนหน้านั้นสามารถเข้าชิงแชมเปียนส์ลีกได้ถึง 2 ปีติดต่อกันด้วยฝีมือของ เอคตอร์ กูเปร์ แต่หากเรามองถึงลีกที่มี เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า เป็นขาใหญ่ แถมยังมี เดปอร์ติโบ ลาคอรุนญ่า ทีมฟอร์มแรงในช่วงนั้นแถมอันดับในลีกของลูกทีม กูเปร์ ยังจบแค่อันดับ 5 เป็นเหตุให้เขาถูกแทนที่โดย ราฟาเอล เบนิเตซ และการเปลี่ยนแปลงนี้เองกลับเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครั้งยิ่งใหญ่ซะอย่างนั้น
สตุ๊ตการ์ท ฤดูกาล 2006-2007 ใครที่เป็นแฟน ๆ บุนเดสลีกาหรือแม้กระทั่งแฟนบอลทั่วไปก็น่าจะรู้กันดีว่า บาเยิร์น มิวนิค คือ ขาใหญ่แห่งลีกเยอรมนีและยิ่งกับลีกที่ห้ามให้นักธุรกิจและมหาเศรษฐีทั้งหลายมาทุ่มซื้อสโมสรแล้วด้วยล่ะก็ การจะคว้าแชมป์เหนือ “เสือใต้” นับเป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างมาก
แต่ต่อให้ยิ่งใหญ่มีการจัดการวางแผนดีแค่ไหนมันก็ต้องมีช่วงเวลาที่แย่กันบ้าง และในฤดูกาล 2006-2007 นี้เองเป็นปีที่ทีมดังแห่งแคว้นบาวาเรียโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก จริง ๆ มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรนักหรอกหากไม่มีทีมฟอร์มแรงอย่าง เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท โผล่ขึ้นมาในช่วงนั้นพอดี!

มงต์เปลลิเย่ร์ ฤดูกาล 2011-2012 ก่อนที่ ลีก เอิง ฟุตบอลดิวิชั่นสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสจะก้าวเข้าสู่สมัยของ “หอไอเฟลเคลือบทองฝังเพชร” ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง ยุคอู้ฟู่ที่มีกลุ่มทุนอภิมหาเศรษฐีกาตาร์เข้ามายกระดับทีม ก็เคยมี โอลิมปิก ลียง ที่สร้างไดนาสตี้ของตัวเองด้วยการคว้าแชมป์ลีกถึง 7 ปีติดกัน! ฤดูกาล 2011-2012 เป็นช่วงที่ ลียง นั้นเริ่มต้องถ่ายเลือดแล้ว ส่วน เปเอสเช ก็เพิ่งจะถูกหวยเป็นซีซั่นแรก กว้านซื้อนักเตะดัง ๆ มาร่วมทัพมากมาย อาทิ ฮาเวียร์ ปาสตอเร่, ติอาโก้ ม็อตต้า, เฌเรมี่ เมเนซ, แบลส มาตุยดี้, เกแว็ง กาไมโร่, อเล็กซ์ และสตาร์ลีกเอิงอีกมากหน้าหลายตา ภายใต้กุนซือ อ็องตวน ก็องบูอาเร่ และก็เป็นไปตามคาดเมื่อพวกเขาไล่ยิงคู่แข่งชนิดว่าคนละตีนก่อนจบครึ่งซีซั่นด้วยการเป็นอันดับ 1 แบบไม่ระบมหัวแม่โป้ง

เลสเตอร์ ฤดูกาล 2015-2016 ใครจะเชื่อว่าทีมที่เพิ่งต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นในฤดูกาลก่อนจะมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ได้ทันทีในปีต่อมา ยิ่งกับลีกที่ขึ้นชื่อว่าโหดหินอย่าง พรีเมียร์ลีก ที่เต็มไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด มากมาย พูดตามตรงว่าแทบจะไม่มีใครคาดคิดถึงเรื่องเพ้อฝันแบบนี้แน่นอน แต่ไม่ใช่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การบริหารโดย “คิงพาวเวอร์” กลุ่มทุนจากประเทศไทยของครอบครัว “ศรีวัฒนประภา” ที่ไม่ได้เพียงแค่เข้ามาปรับเปลี่ยนสโมสร แต่พวกจัดการโครงสร้างใหม่ทั้งหมด รวมทั้งฝังแนวคิดใหม่ให้กับทีม ๆ นี้ จนปัจจุบันสื่อไทยให้ฉายาใหม่ว่า “จิ้งจอกสยาม”ฟอร์มของ เลสเตอร์ นั้นเปิดตัวได้อย่างร้อนแรง ชนะรวด 3 เกมแรกและทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง จากที่หลาย ๆ คนคิดว่าพวกเขาจะดร็อปลงกลับกลายเป็นว่า เลสเตอร์ นั้นกลับทำมันได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ สวนทางกลับเหล่ายักษ์ใหญ่หลายทีมที่ต่างนัดกันออกทะเลในปีนั้นราวกับว่าทุกอย่างนั้นถูกขีดเขียนบทมาให้กับพวกเขายังไงยังงั้น พอขึ้นจ่าฝูงในเกมที่ 12 จากนั้นมีบางช่วงที่โดน อาร์เซน่อล แซงขึ้นไป แต่พอหลังจากเกมที่ 22 เท่านั้นแหละพวกเขายิงยาวอยู่บนบัลลังก์จ่าฝูงมาตลอด แม้จะมี สเปอร์ส ที่เข้ามากดดันอยู่ช่วงหนึ่งแต่สุดท้ายก็ไม่มีใครหยุดยั้งพวกเข้าได้ รานิเอรี่ พาลูกทีมเข้าป้ายคว้าแชมป์หน้าตาเฉยชนิดว่าช็อคกันทั้งวงการ